วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

เอกสารอ้างอิง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://galaxyexol.blogspot.com/

บล็อกนี้ใช้สำหรับวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้

๑. วรรณกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลาง  หมายถึง วรรณกรรมที่คัดลอกต้นฉบับมาจากภาคกลาง แต่ผู้คัดลอกนำมาปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องบางตอนตามความคิดเห็นของตน โดยยังคงฉันทลักษณ์เดียวกับต้นฉบับ แต่มีสำนวนภาษาท้องถิ่นปะปนอยู่บ้าง เช่น รามเกียรติ์ อุณรุท
๒.  วรรณกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง  วรรณกรรมรูปแบบนี้ เป็นวรรณกรรมที่กวีพื้นบ้านภาคใต้นำโครงเรื่องมาจากภาคกลาง แต่ประพันธ์ขึ้นใหม่ด้วยฉันทลักษณ์ท้องถิ่น เช่น สังข์ทองคำกาพย์
๓.  วรรณกรรมเบ็ดเตล็ด    วรรณกรรมรูปแบบนี้ได้แก่ ตำราต่างๆ หรือ แบบเรียนที่คัดลอกมาจากภาคกลาง เช่น จินดามณี เป็นต้น




บล็อกนี้ใช้สำหรับวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง
วรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง ส่วนใหญ่มีรูปแบบเป็นกลอนสวด กลอนบทละครนอก กลอนนิทาน และกลอนแหล่ ลักษณะของแต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้   
๑. วรรณกรรมกลอนสวด วรรณกรรมที่ประพันธ์ด้วยกาพย์ยานี กาพย์ฉบัง และกาพย์สุรางคนางค์ การสวดหนังสือ คือ การอ่านวรรณกรรมเป็นทำนองต่างๆ สวดโอ้เอ้วิหารราย หรือโอ้เอ้ศาลาราย สวดมาลัย สวดคฤหัสถ์ นอกจากผู้ฟังจะได้รับความเพลิดเพลินบันเทิงใจแล้ว ยังได้คติธรรมเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีงาม ประเพณีการสวดหนังสือนิยมปฏิบัติในวัด มีการสวดในครัวเรือนบ้าง เพื่อเป็นกิจกรรมบันเทิงยามว่าง เช่น เจ้าเงาะสวดสุบิน คำกาพย์ให้นางรจนาฟังในเรื่องสังข์ทอง
๒. วรรณกรรมกลอนบทละครนอก เป็นกลอนที่เลือกเฉพาะเนื้อเรื่องตอนสนุกสนานจากวรรณกรรมพื้นบ้านมาประพันธ์ จึงพบต้นฉบับเป็นตอนๆ ไม่จบเรื่องบริบูรณ์ ละครนอกเป็นการแสดงของชาวบ้านที่นิยมกันในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ลักษณะบทประพันธ์ไม่เคร่งครัด ฉันทลักษณ์ ใช้สำนวนโวหารตามแบบฉบับชาวบ้าน เช่น ใช้คำหยาบ ไม่นิยมใช้ราชาศัพท์ วรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลางประเภทกลอนบทละครนอก ได้แก่ เรื่องพิกุลทอง มณีพิชัย ไชยเชษฐ์ พระรถ – เมรี สังข์ทอง มโนห์รา           
๓. วรรณกรรมกลอนนิทาน วรรณกรรมกลอนนิทานต่างจากวรรณกรรมประเภทกลอนบทละครนอก เพราะนิยมประพันธ์จนจบเรื่องบริบูรณ์ ในสมัยที่กิจการโรงพิมพ์เจริญรุ่งเรือง ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การพิมพ์กลอนนิทานออกจำหน่ายได้รับความสนใจจากผู้อ่านอย่างยิ่ง ประชาชนนิยมซื้อกลอนนิทานมาอ่านสู่กันฟังในครัวเรือน กิจการโรงพิมพ์ที่รู้จักกันดีในสมัยนั้น คือ โรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ หรือโรงพิมพ์วัดเกาะ
๔. วรรณกรรมกลอนแหล่ กลอนแหล่ คือ การนำเนื้อเรื่องตอนใดตอนหนึ่งในมหาเวสสันดรชาดก มาประพันธ์เป็นรูปแบบกลอนแหล่ เรียกว่า แหล่ใน หรือนำบางตอนของนิทานพื้นบ้านมาประพันธ์เรียกว่าแหล่นอก นอกจากนี้ยังมีการประพันธ์กลอนแหล่ประเภทเบ็ดเตล็ด เช่น กลอนแหล่บายศรี กลอนแหล่ให้พร กลอนแหล่ทำขวัญนาคการแหล่เป็นการขับลำนำชนิดหนึ่งที่อนุญาตให้พระภิกษุเป็นผู้ขับลำนำได้โดยไม่ถือว่าผิดศีลเพราะเนื้อหาการแหล่มาจากชาดก การแหล่มีลักษณะการเอื้อนและใช้เสียงสูงต่ำคล้ายกับการอ่านทำนองเสนาะ ภิกษุนักแหล่ที่มีความสามารถมักจะใช้ปฏิภาณด้นกลอนสด จึงมีเนื้อเรื่องบางตอนที่ออกนอกชาดกบ้าง




บล็อกนี้ใช้สำหรับวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วรรณกรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมใช้เนื้อหาเป็นเกณฑ์โดยแบ่งเป็น ๕ ประเภท ได้แก่ วรรณกรรมพุทธศาสนาวรรณกรรมประวัติศาสตร์ วรรณกรรมนิทาน วรรณกรรมคำกลอน และวรรณกรรมเบ็ดเตล็ด แต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้  
๑. วรรณกรรมพุทธศาสนาวรรณกรรมพุทธศาสนา ได้แก่ วรรณกรรมชาดก และวรรณกรรมตำนานพุทธศาสนาวรรณกรรมชาดก คือ วรรณกรรมที่พระภิกษุนำมาเทศน์ เช่น ลำมหาชาติ สุวรรณสังข์ชาดก ท้าวโสวัต พระยาคันคาก มาลัยหมื่นมาลัยแสนวรรณกรรมตำนานพุทธศาสนา คือ วรรณกรรมที่กล่าวถึงตำนานพุทธเจดีย์ในภาคอีสานหรือแนวคิด หลักธรรมของศาสนาพุทธ เช่น อุรังคนิทาน (ตำนานพระธาตุพนม) มูลสถาปนา (ตำนานกำเนิดโลกและจักรวาล) กาลนับมื้อส้วย (พุทธทำนายการสิ้นสุดศาสนา พ.ศ. ๕๐๐๐)  
๒. วรรณกรรมประวัติศาสตร์ วรรณกรรมประเภทนี้มีจำนวนน้อยกว่าวรรณกรรมพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น มหากาพย์ ท้าวฮุ่งท้าวเจือง ขุนบรม พื้นเวียง พงศาวดารจำปาศักดิ์ 
๓. วรรณกรรมนิทาน ภาคอีสานมีวรรณกรรมนิทานเป็นจำนวนมาก นิยมนำมาอ่านให้ฟังในงานเฮือนดี (งานศพ) หรือนำมาเทศน์ในระหว่างเข้าพรรษาที่เรียกว่า เทศน์ไตรมาส นอกจากนี้ หมอลำยังนิยมนำวรรณกรรมนิทานมาขับลำในการแสดงที่เรียกว่าลำเรื่อง หรือลำพื้น ตัวอย่างวรรณกรรมนิทนที่สำคัญและได้รับความนิยม เช่น สินไซ ไก่แก้ว นางผมหอม จำปาสี่ต้น กำพร้าผีน้อย ท้าวสีทน พระลักพระลาม นางแตงอ่อน กาละเกด ผาแดง – นางไอ่ ขูลู – นางอั้ว   
๔. วรรณกรรมคำสอน วรรณกรรมรูปแบบนี้มีเนื้อหาสอนใจ ในแนวทางดำเนินชีวิตในครอบครัวและ
สังคม โดยยึดคติธรรมในศาสนาและจารีตท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น กาพย์ปู่สอนหลาน กาพย์หลานสอนปู่ฮีตสิบสองคองสิบสี่ อินทิญาณสอนลูก พระยาคำกองสอนไพร่๕. วรรณกรรมเบ็ดเตล็ดวรรณกรรมรูปแบบนี้ ได้แก่ วรรณกรรมที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น บทสูดขวน(บทสู่ขวัญ)กาพย์เซิ้งบั้งไฟ วรรณกรรมที่ใช้เกี้ยวพาราสีนี้เรียกว่า ผญา นิทานตลกขบขัน เช่นเซียงเมี่ยง โตงโตง นิทานก้อม และกลอนรำต่างๆ





บล็อกนี้ใช้สำหรับวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น


วรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ
วรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่มาจาก ปัญญาสชาดก กวีพื้นบ้านได้นำเนื้อหามาจากชาดกเรื่องนี้มาประพันธ์ด้วยฉันทลักษณ์ของท้องถิ่น เช่น โคลง ค่าวธรรม ค่าวซอ เป็นต้น วรรณกรรมพื้นบ้านภาคเหนือมี ๔ ประเภทคือ วรรณกรรมโคลง วรรณกรรมค่าวธรรม วรรณกรรมค่าวซอ และวรรณกรรมเบ็ดเตล็ด แต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้
๑. วรรณกรรมโคลง
โคลง หรือเรียกตามสำเนียงท้องถิ่นภาคเหนือว่า กะโลง เป็นฉันทลักษณ์ที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยราชวงศ์มังรายตอนปลาย กวีสมัยอยุธยาได้นำรูปแบบโคลงของภาคเหนือมาประพันธ์เป็น โคลงสอง โคลงสาม และโคลงสี่ ตัวอย่างวรรณกรรมโคลงของภาคเหนือที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น โคลงพรหมทัต โคลงเจ้าวิทูรสอนหลาน โคลงพระลอสอนโลก โคลงปทุมสงกา เป็นต้น
๒. วรรณกรรมค่าวธรรม
ค่าวธรรม หรือ ธรรมค่าว คือ วรรณกรรมที่ประพันธ์ตามแนวชาดก ฉันทลักษณ์ของค่าวธรรมส่วนใหญ่ เป็นร่ายยาว แทรกคาถาภาษาบาลี ภิกษุจะนำค่าวธรรมมาเทศน์ในอุบาสกอุบาสิกาฟังในวันอุโบสถศีล ค่าวธรรมจึงจัดเป็นวรรณกรรมศาสนา ตัวอย่างวรรณกรรมค่าวธรรม เช่น พรหมจักร บัวรมบัวเรียว มหาวงศ์แตงอ่อน จำปาสี่ต้น แสงเมืองหลงถ้ำ สุพรหมโมขะ หงส์ผาคำ วัณณพราหมณ์ เป็นต้น
๓. วรรณกรรมค่าวซอ
ค่าวซอ เป็นคำประพันธ์ภาคเหนือรูปแบบหนึ่ง นิยมนำมาอ่านในที่ประชุมชน เรียกว่า เล่าค่าว หรือใส่ค่าวเนื้อเรื่องเป็นนิทานพื้นบ้าน เป็นที่นิยมของชาวบ้าน เพราะได้ฟังเสียงไพเราะจากผู้อ่านและได้รับความเพลิดเพลินจากเนื้อเรื่องนิทาน การอ่านค่าวนิยมในงานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน บวชลูกแก้ว (บวชเณร) และงานปอยเข้าสังข์ (งานทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ)
ตัวอย่างวรรณกรรมค่าวซอที่สำคัญ เช่น วรรณพราหมณ์ หงส์หิน จำปาสี่ต้น บำระวงศ์หงส์อำมาตย์ เจ้าสุวัตรนางบัวคำ เป็นต้น
๔. วรรณกรรมเบ็ดเตล็ด
วรรณกรรมเบ็ดเตล็ด คือ วรรณกรรมขนาดสั้น เช่น คำอู้บ่าวอู้สาว คำเรียกขวัญ หรือ คำฮ้องขวัญ จ๊อย ซอ คำปันพร






บล็อกนี้ใช้สำหรับวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น

วรรณกรรมท้องถิ่น ๔ ภาค


วรรณกรรมท้องถิ่นไทย ๔ ภาค

วรรณกรรมท้องถิ่น หมายถึง ผลงานที่เกิดขึ้นจากการใช้ภาษาโดยการพูดและการเขียนของกลุ่มชนในแต่ละท้องถิ่น เช่น วรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสาน วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ เป็นต้น ซื่งในแต่ละท้องถิ่นก็จะใช้ภาษาพื้นบ้านในการถ่ายทอดเป็นเอกลักษณ์








วรรณกรรมที่สื่อเรื่องราวด้านต่างๆ ของท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น จารีตประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพเศรษฐกิจและสังคม ทัศนคติ ค่านิยม ตลอดจนความเชื่อต่างๆ ของบรรพบุรุษ อันเป็นพื้นฐานของความคิดและพฤติกรรมของคนในปัจจุบัน



จำแนกโดยอาศัยเขตท้องถิ่นได้ ๔ ประเภท คือ

  • วรรณกรรมพื้นบ้านภาคเหนือ (วรรณกรรมล้านนา)
  • วรรณกรรมพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • วรรณกรรมพื้นบ้านภาคใต้
  • วรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลาง


จำแนกตามวิธีการบันทึก ได้ ๒ ประเภท คือ
  • วรรณกรรมมุขปาฐะ หมายถึง วรรณกรรมที่ใช้วิธีเล่าจากปากต่อปาก ไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • วรรณกรรมลายลักษณ์อักษร หมายถึง วรรณกรรมที่บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร


บล็อกนี้ใช้สำหรับวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น